ค้นหา

รักษาสะเก็ดเงินด้วยสมุนไพรธรรมชาติ หรือ ใช้สเตียรอยด์ดี

อัปเดตเมื่อ 18 ต.ค. 2564

วิธีถอนสเตียรอยด์ที่ถูกต้องใน 4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการเห่อของผื่น

ผลข้างเคียงจากการหยุดใช้สเตียรอยด์








ธรรมชาติบำบัด - ใช้สมุนไพรในการผลิต - ใช้ยาแผนไทยตามปริมาณเดิมตลอดการดูแลอาการ อาการลดลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง - ใช้ต่อเนื่องได้ตามขนาดที่แพทย์ระบุ ร่างกายนำตัวยาไปใช้และขับออกได้ตามกลไกธรรมชาติ - ยาแผนไทยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันด้วยวิธีธรรมชาติ - หยุดใช้ยาแผนไทยได้หลังจากอาการสงบ - ข้อดีคือเมื่อภาวะโรคสงบ ผู้ป่วยหยุดยาได้ และให้หยุดอาหารที่กินแล้วอาการกำเริบ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละรายให้สังเกตว่าตัวเองแพ้อะไรให้หยุดกินอาหารชนิดนั้น - ใช้ระยะเวลารักษา การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นปัจจัยหนึ่งในการรักษา

สเตียรอยด์ - ใช้เคมีสังเคราะห์ในการผลิต - ใช้สเตียรอยด์เพิ่มเพื่อกดภูมิคุ้มกันไว้ มีการดื้อต่อการรักษา - ใช้ต่อเนื่องอาการแย่ลง ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อหลายระบบในร่างกาย แม้ใช้ตามแพทย์กำหนด - สเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกันมีโอกาสติดเชื้อระหว่างใช้และเกิดอันตรายได้ - เมื่อหยุดใช้สเตียรอยด์อาการมักจะกำเริบ - ข้อดีคือหยุดอาการได้เร็ว ในช่วงที่ต้องรักษาเร่งด่วน แพทย์มักเลือกใช้เมื่อจำเป็นหรือไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น

เสริมความรู้: เมื่อร่างกายได้รับสารสเตียรอยด์สังเคราะห์เป็นเวลานาน ร่างกายจะหยุดสร้างสเตียรอยด์ตามธรรมชาติที่เคยสร้างเองได้ หากหยุดใช้กะทันหันจะทำให้ร่างกายขาดสเตียรอยด์ฉับพลัน อาจเกิดภาวะช็อก หมดสติและเสียชีวิตได้



วิธีถอนสเตียรอยด์ที่ถูกต้องใน 4 สัปดาห์

เพื่อลดอาการเห่อของผื่น ผลข้างเคียงจากการหยุดใช้สเตียรอยด์

สัปดาห์ที่ 1 ทายาสเตียรอยด์ที่เคยใช้อยู่ ทาตอนเช้า วันจันทร์, พุธ และศุกร์ (3 ครั้งต่อสัปดาห์) ช่วงเวลาอื่นทาสมุนไพร ทาได้บ่อยตามต้องการ

สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ทายาสเตียรอยด์ตอนเช้า วันจันทร์และพฤหัส (2 ครั้งต่อสัปดาห์) เท่านั้น ช่วงเวลาอื่นทาสมุนไพร ทาได้บ่อยตามต้องการ

สัปดาห์ที่ 4 ทายาสเตียรอยด์ตอนเช้า วันจันทร์ (1 ครั้งในสัปดาห์สุดท้าย) ช่วงเวลาอื่นทาสมุนไพร ทำได้บ่อยตามต้องการ

*ครบ 4 สัปดาห์ให้หยุดใช้ยาสเตียรอยด์ ใช้สมุนไพรทาได้บ่อยตามต้องการ


ข้อควรปฏิบัติเพื่อช่วยให้ร่างกายผลิตสเตียรอยด์ธรรมชาติใช้เองได้อีกครั้งและเร่งขับสเตียรอยด์สังเคราะห์ที่ตกค้างในร่างกาย

- กินอาหารที่สะอาด มีประโยชน์ ไม่กินอาหารก่อนนอน

- หยุดกินอาหารที่รู้ว่าตัวเองกินแล้วมีอาการกำเริบ

- ออกกำลังกายให้เหมาะกับวัย

- ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน

- เข้านอนไม่เกิน 22:00 น. และพักผ่อนให้เพียงพอ

ดู 11 ครั้ง0 ความคิดเห็น